ประสบการณ์ต่างแดน

ประสบการณ์ต่างแดน

สวัสดีค่ะน้องๆทุกคนที่กำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ๆในการเรียนต่อที่ต่างประเทศ พี่ขออนุญาตแชร์ประสบการณ์ในต่างแดนในแบบฉบับของพี่นะคะ ที่เคยเดินทางไปออสเตรเลียกับ ครูแหม่ม DUE  ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่ได้ก้าวขาออกจากบ้านเพื่อไปต่างแดน โดยที่ไปเรียน ไม่ได้ไปเที่ยวคือต้องไปใช้ชีวิตที่นั่น ส่วนตัวก็มีความหวาดระแวงและกังวลในหลายๆเรื่องมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอยู่ การกิน สังคม ภาษา วัฒนธรรมมที่แตกต่างจากบ้านเรามาก พี่ก็ทำการบ้านไปอย่างมากก่อนการเดินทางเช่นกันและครูแหม่มก็ติวให้ด้วย

วันแรกที่ไปถึงเมลเบิร์นหนาวมากค่ะเพราะเป็นต้นเดือนกรกฎาคมอากาศเริ่มเย็นลงหนาวมากสำหรับคนเอเชียอย่างเรา แต่ก็ตื่นตาตื่นใจกับเมืองมาก มีอะไรใหม่ๆให้เห็น ผู้คนพลุกพล่านเต็มถนนไปหมด ใช้ภาษาที่หลากหลาย ทำให้ยิ่งตื่นเต้นเพราะว่าออสเตรเลียเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมที่แท้จริง ผู้คนหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ที่นี่

เอาล่ะมาเล่ากันเรื่องโรงเรียนดีกว่า พี่ได้ลงเรียนคอร์สยาวเลยกับทางโรงเรียน UIT ในเมลเบิร์น ซึ่งตอนนั้นคอร์สที่พี่ลงก็จะมีแค่ทีนี่ ที่ราคาไม่แพงมาก วีซ่าพี่ สามปีแปดเดือน เกือบๆสี่ปีกันเลย ครูที่ออสสอนดีมาก ไม่มีดุ ด่า ว่า มีแต่ให้กำลังใจนักเรียนเมื่อนักเรียนทำไม่ได้หรือไม่ถูกต้อง ไม่รู้สึกกดดันเลยค่ะ พี่แฮปปี้ตรงนี้มาก เพื่อนๆในชั้นเรียนก็น่ารักมีหลากหลายเชื้อชาติมากเช่น โคลัมเบีย บราซิล อาเจนติน่า ฝรั่งเศษ เวียยดนาม ใต้หวัน มาเลเซีย ซึ่งทุกคนต่างมาจากต่างวัฒนธรรมแต่ทุกคนช่วยเหลือกันและกันในชั้นเรียน ตรงนี้แหละทำให้การเรียนของพี่สนุกมากถึงแม้จะไม่เก่งแต่ก็ทำให้ผ่านไปได้ในทุกๆครั้งง 555

มาต่อกันเรื่องหางานทำดีกว่า ส่วนมากนักเรียนที่ทำงานที่นี่ก็จะเป็นงานยอดฮิตเช่นร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ ร้านนวด งานในฟาร์ม หรือแม้แต่งานทำความสะอาด ส่วนตัวพี่เคยทำงานร้านอาหาร ร้านนวด งานดูแลสวนหย่อม และทำความสะอาด พี่ชอบงานดูแลสวนหย่อมเพราะว่าไม่เหนื่อยแค่ถอนหญ้าแต่งกิ่งต้นไม้เล็กน้อย และรถน้ำ แต่มันเป็นงานที่ไม่ประจำเพราะว่าทำให้คนรู้จักเท่านั้น ส่วนงานร้านอาหารไทยก็ทำเหนื่อยหน่อยแต่ดีตรงดีเราประหยัดค่าอาหารเพราะว่าทางร้านมีข้าวให้กินและบางทีอาจได้ห่อกลับบ้านมาด้วยซึ่งจะประหยัดไปมาก ส่วนร้านนวดก็จะได้ค่าแรงที่เยอะขึ้นมาหน่อยเพราะเป็นทักษาวิชาชีพที่เราต้องมีความรู้ก่อนที่ทางร้านจะรับเข้าทำงาน เราก็ต้องมีใบประกาศจากโรงเรียนสอนนวดหรือต้องทำการเทสก่อนเริ่มงานจึงจะได้งาน แต่มีบางร้านที่เจ้าของร้านยินดีที่จะสอนให้หากต้องการทำงานกับเขา การหางานทำก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร จะหาได้จากเว็ปไซต์ Gumtree.com.au ซึ่งจะมีคนมาโพสจ้างงานเยอะมาก หรือตามเว็ปเพจเฟสบุ๊คของชุมชนคนไทยในออสเตรเลีย หรือตามร้านขายของชำไทยที่อาจมีติดประกาศรับสมัคร พี่ขอแนะนำว่า หากมีงานอะไรที่พอทำได้ก็ทำไปก่อนเอาประสบการณ์แล้วเราค่อยขยับขยายกันภายหลังเมื่อเรามีประสบการณ์แล้วไปสมัครที่ไหนก็จะมีโอกาศได้งานที่สูงกว่าดีกว่าและค่าจ้างที่มากกว่าก็จะตามมานะจ๊ะ

ในส่วนของแหล่งช็อปปิ้งหรือร้านขายของชำนะคะ ถ้าหากว่าน้องๆกังวลว่าที่นี่จะไม่มีอะไรเลยและเราต้องขนมาจากบ้าน คือคิดผิดค่ะ ที่นี่มีร้านของเอเชียเยอะมาก และมีร้านขายของที่เป็นร้านไทยเลยก็มี จะเป็นร้านที่ค่อนข้างใหญ่ชื่อว่าตลาดไทย นั่งรถไฟออกไปแปปเดียวก็ถึง อยู่ที่ North Richmond มีทุกสิ่งอย่างให้เลือกซื้อมากกว่าเซเว่นบ้านเราอีก พูดง่ายๆเลยคือ มีสากกะเบือยันเรือรบเลยก็ว่าได้  หากใครที่คิดถึงบ้านมากๆอยากกินผักแบบบ้านเราอาหารเอเชียบ้านเราหรือหาวัตถุดิบที่จะปรุงอาหารแนะนำไปที่ตลาดเอเชีย Springvale  เลยค่ะเป็นตลาดเอเชียที่ใหญ่ที่สุดในเมลเบิร์นซึ่งต้องนั่งรถออกไปนอกเมืองประมาณเกือบๆชั่วโมง หรือถ้าใครไม่อยากไปนอกเมืองก็สามารถมาตลาด Victoria Market ได้นะคะ อยู่ ใจกลางเมืองเมลเบิร์นเลยแนะนำไปช่วงบ่ายสองครึ่งถึงบ่ายสามก่อนตลาดปิดนะคะเพราะทุกอย่างจะลดราคาถูกมาก ถูกสุดๆ จะได้ยินเสียงพ่อค้าแม่ค้าร้องเรียกประกาศขายของว่า “One Dollar, One dollar” ซ้ำกันแบบนั้นอย่างกึกก้องทั่วตลาด 555 ส่วนแหล่งช็อปปิ้งข้าวของเครื่องใช้หรือเสื้อผ้าที่ใส่ดี สวยและถูกพี่แนะนำซื้อใน Kmart นะคะ ที่นี่คือของถูกหากลดราคายิ่งราคาถูกพอๆกับบ้านเราเลยสำหรับคนที่เลือกประหยัดและไม่ติดแบรนด์นะคะ เสื้อผ้าก็$5-10 เหรียญ  ส่วนคนที่ชอบแบรนด์เนมหน่อยก็สามารถแวะไปซื้อได้ที่ Outlet DFOนะคะ จะมีที่ South Walf และ Spencer บนสถานีรถไฟ Southern Cross

มาพูดถึงเรื่องแหล่งท่องเที่ยวดีกว่า ส่วนมากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติก็จะอยู่ออกไปนอกเมืองหน่อยแต่เราก็สามารถเดินทางไปได้ด้วยรถไฟหรือรถบัส ส่วนในเมืองก็จะมีสถานที่ๆ  สวยๆเช่นกัน มีทั้งMuseumหลากหลายที่ในเมืองที่สามารถเดินชมได้ สวนสาธารณะที่สวยงามรอบเมืองให้พักผ่อน ซึ่งการเดินทางที่นี่ เมลเบิร์นถือว่าการเดินทางนั้นสะดวกสุดๆ ในเมืองมีรถรางที่เรียกว่าแทรม และฟรีในเขตเมืองด้วย ส่วนนอกเมืองก็เดินทางด้วยรถไฟหรือรถบัสสามารถใช้บัตรโดยสาร Myki ได้เลยสำหรับคนที่เดินทางบ่อยๆแนะนำซื้อเป็นรายอาทิตย์หรือรายเดือนนะคะราคาจะถูกมากและคุ้มเพราะว่าน้องๆบางคนพักหรือทำงานนอกเมือง

สุดท้ายนี้ พี่อยากให้น้องๆเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมรับสิ่งดีๆใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นในชีวิตกับการเดินทางไปเรียนต่างประเทศ เพราะมันจะเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่ามาก ครึ่งหนึ่งในชีวิตก็ว่าได้ หวังว่าการแชร์ข้อมูลของพี่จะทำให้น้องๆเห็นภาพเมลเบิร์นไม่มากก็น้อย จริงๆมีเรืองเล่าเยอะมากแต่เล่าไม่หมดแน่นอนกับพื้นที่จำกัด 555

ก่อนจากกันไป อยากฝากถึงน้องๆว่า เอเจ้นท์ DUE ของครูแหม่ม เป็นเอเจ้นท์ที่อบอุ่นมากๆ คุยกันได้ตลอด แทบทุกเรื่องซึ่งทำให้พี่ค่อนข้างประทับใจ และเร็วๆนี้เมื่อประเทศเปิด พี่ก็จะไปออสอีกครั้งกับ DUE หากใครเจอกันที่ออส ทักทายพี่ได้นะคะ เผื่อมีอะไรแนะนำกันได้ในเรื่องต่างๆ พี่ใจดีค่ะไม่มีกั๊ก 555 ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ